แชร์เรื่องที่จอดรถอัตโนมัติ
อีกหนึ่งเรื่องที่นักลงทุนควรศึกษา

update 19 Mar 19

แชร์เรื่องที่จอดรถอัตโนมัติ
อีกหนึ่งเรื่องที่นักลงทุนควรศึกษา

update 19 Mar 19


จากปัญหาเรื่องที่จอดรถ ราคาที่ดิน คอนโดในเมืองที่เราซื้อในช่วงนี้หรือจากนี้ไป เราอาจเจอโครงการที่ที่จอด รถเป็นระบบอัตโนมัติ (หรือที่เราอาจเรียกกันว่า Mechanical parking หรือ automatic parking หรือ Robot parking) มากขึ้น ระบบนี้แทนการขับรถวนขึ้นอาคารเพื่อจอด ระบบจะให้เรานำรถมาจอดที่ถาดที่กำหนด (หรืออาจไม่ได้ใช้ถาดรองรถ แล้วแต่ะบบ) ลงรถ และปิดให้รถเรียบร้อย แตะบัตร แล้วระบบจะยกรถของเราขึ้นไปเก็บในช่องจอดที่ว่างอยู่ เมื่อเราต้องการใช้รถก็ทำการแตะบัตร ระบบจะไปนำรถลงมาให้เรา แนวคิดพื้นฐานของระบบ คือเรืองของการใช้พื้นที่เท่ากันแต่จอดรถให้ได้มากขึ้น เพราะช่องว่างระหว่างช่องรถเมื่อเทียบกับที่จอดแบบเดิมจะเหลือน้อยมาก และความสูงของช่องจอดก็น้อยลง เรียกว่าเอารถขึ้นไปซ้อนๆ กันได้เยอะ โดยเฉลี่ยในพื้นที่เท่ากันอาจจอดรถได้เพิ่มขึ้น 40 - 50% ทีเดียว อาคารที่จอดรถแบบดั้งเดิมใช้พื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตรต่อที่จอดรถหนึ่งคัน ในขณะที่การแก้ปัญหาโดยใช้ที่จอดรถอัตโนมัติใช้พื้นที่เพียง 12.5 - 15 ตารางเมตรต่อรถหนึ่งคันเท่านั้น เรื่องระบบความปลอดภัยก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร เพราะในต่างประเทศใช้กันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว บ้านเราก็ใช้กันหลายแห่งมากแล้ว


ข้อดี คือเราได้ที่จอดรถมากขึ้น สะดวกขึ้นกับการไม่ต้องวนรถหาที่จอด แต่ระบบนี้ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายของระบบที่สูงขึ้น ที่จอดรถแบบเดิมเมื่อคิดหารมาเป็นต่อช่องจอดแล้ว อาจตกประมาณ 200,000 - 300,000 บาท แต่หากเป็นระบบใหม่นี้จะตกประมาณ 400,000 บาท ทีเดียว (ราคารวมค่า maintenance 10 ปี) ตอนที่เราซื้อโครงการ ต้นทุนที่จอดรถอาจดูไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ เพราะต้นทุนทั้งหมดถูกหารด้วยจำนวนตารางเมตรที่ขาย เรียกว่าทุกคนที่ซื้อช่วยกันรับไป แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือเรื่องของค่าบำรุงรักษาที่ตกปีละหลักล้านทีเดียว เท่าที่คุยกับ developer บางราย เวลาที่เขาซื้อระบบกับบริษัทที่ทำระบบจอดรถนี้ ราคามักจะเผื่อค่า maintenance ไปแล้ว 10 ปี แต่หลังจาก 10 ปี จะเป็นภาระของผู้อยู่อาศัยหรือนิติเอง อันนี้เวลาซื้อก็ควรสอบถามข้อมูลไว้ด้วย เพราะค่า maintenance ต่อคันต่อปีก็สูงอยู่ ตกตั้งแต่หลัก 3 - 4 พันบาท ถึง 12,000 - 15,000 บาททีเดียว (ต้นทุนของแต่ละระบบ และ developer อาจแตกต่างกัน ขึ้นกับจำนวนช่องจอด จำนวนลิฟท์ด้วย) อีกหนึ่งเรื่องที่ควรเช็กคือ เวลาที่ต้องรอเมื่อเรียกรถลงมา (waiting time) ซึ่งแต่ละระบบที่ใช้อาจแตกต่างกัน

การซื้อคอนโดในเมืองเราอาจหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่พ้น ที่สำคัญคงเป็นเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลให้รอบครอบ เพื่อที่จะได้เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด

ภาพประกอบจาก http://www.mpmec.co.th/

อ้างอิง:
https://www.g-park.co.th/content/10700/ถามตอบ-ระบบที่จอดรถอัตโนมัติทั่วไป
http://www.smartparkthailand.com
http://www.mp-parking.com/page/main.php
http://parkplusth.com/
http://www.mpmec.co.th/



จากปัญหาเรื่องที่จอดรถ ราคาที่ดิน คอนโดในเมืองที่เราซื้อในช่วงนี้หรือจากนี้ไป เราอาจเจอโครงการที่ที่จอด รถเป็นระบบอัตโนมัติ (หรือที่เราอาจเรียกกันว่า Mechanical parking หรือ automatic parking หรือ Robot parking) มากขึ้น ระบบนี้แทนการขับรถวนขึ้นอาคารเพื่อจอด ระบบจะให้เรานำรถมาจอดที่ถาดที่กำหนด (หรืออาจไม่ได้ใช้ถาดรองรถ แล้วแต่ะบบ) ลงรถ และปิดให้รถเรียบร้อย แตะบัตร แล้วระบบจะยกรถของเราขึ้นไปเก็บในช่องจอดที่ว่างอยู่ เมื่อเราต้องการใช้รถก็ทำการแตะบัตร ระบบจะไปนำรถลงมาให้เรา แนวคิดพื้นฐานของระบบ คือเรืองของการใช้พื้นที่เท่ากันแต่จอดรถให้ได้มากขึ้น เพราะช่องว่างระหว่างช่องรถเมื่อเทียบกับที่จอดแบบเดิมจะเหลือน้อยมาก และความสูงของช่องจอดก็น้อยลง เรียกว่าเอารถขึ้นไปซ้อนๆ กันได้เยอะ โดยเฉลี่ยในพื้นที่เท่ากันอาจจอดรถได้เพิ่มขึ้น 40 - 50% ทีเดียว อาคารที่จอดรถแบบดั้งเดิมใช้พื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตรต่อที่จอดรถหนึ่งคัน ในขณะที่การแก้ปัญหาโดยใช้ที่จอดรถอัตโนมัติใช้พื้นที่เพียง 12.5 - 15 ตารางเมตรต่อรถหนึ่งคันเท่านั้น เรื่องระบบความปลอดภัยก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร เพราะในต่างประเทศใช้กันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว บ้านเราก็ใช้กันหลายแห่งมากแล้ว


ข้อดี คือเราได้ที่จอดรถมากขึ้น สะดวกขึ้นกับการไม่ต้องวนรถหาที่จอด แต่ระบบนี้ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายของระบบที่สูงขึ้น ที่จอดรถแบบเดิมเมื่อคิดหารมาเป็นต่อช่องจอดแล้ว อาจตกประมาณ 200,000 - 300,000 บาท แต่หากเป็นระบบใหม่นี้จะตกประมาณ 400,000 บาท ทีเดียว (ราคารวมค่า maintenance 10 ปี) ตอนที่เราซื้อโครงการ ต้นทุนที่จอดรถอาจดูไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ เพราะต้นทุนทั้งหมดถูกหารด้วยจำนวนตารางเมตรที่ขาย เรียกว่าทุกคนที่ซื้อช่วยกันรับไป แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือเรื่องของค่าบำรุงรักษาที่ตกปีละหลักล้านทีเดียว เท่าที่คุยกับ developer บางราย เวลาที่เขาซื้อระบบกับบริษัทที่ทำระบบจอดรถนี้ ราคามักจะเผื่อค่า maintenance ไปแล้ว 10 ปี แต่หลังจาก 10 ปี จะเป็นภาระของผู้อยู่อาศัยหรือนิติเอง อันนี้เวลาซื้อก็ควรสอบถามข้อมูลไว้ด้วย เพราะค่า maintenance ต่อคันต่อปีก็สูงอยู่ ตกตั้งแต่หลัก 3 - 4 พันบาท ถึง 12,000 - 15,000 บาททีเดียว (ต้นทุนของแต่ละระบบ และ developer อาจแตกต่างกัน ขึ้นกับจำนวนช่องจอด จำนวนลิฟท์ด้วย) อีกหนึ่งเรื่องที่ควรเช็กคือ เวลาที่ต้องรอเมื่อเรียกรถลงมา (waiting time) ซึ่งแต่ละระบบที่ใช้อาจแตกต่างกัน

การซื้อคอนโดในเมืองเราอาจหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่พ้น ที่สำคัญคงเป็นเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลให้รอบครอบ เพื่อที่จะได้เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด

ภาพประกอบจาก http://www.mpmec.co.th/

อ้างอิง:
https://www.g-park.co.th/content/10700/ถามตอบ-ระบบที่จอดรถอัตโนมัติทั่วไป
http://www.smartparkthailand.com
http://www.mp-parking.com/page/main.php
http://parkplusth.com/
http://www.mpmec.co.th/

best view with google chrome.  @2019 CondoFile.