Tips

การดูแลรักษาห้องระหว่างรอปล่อยเช่า / รอขาย

update 2 Sep 19



วันนี้ขอแนะนำวิธีการดูแลห้องว่างที่อยู่ระหว่างรอหาปล่อยเช่า รอขาย หรือหากเราซื้อไว้แต่ยังไม่ได้ย้ายเข้าอยู่กันค่ะว่า ควรดูแลอย่างไรเพื่อให้ห้องยังอยู่ในสภาพดีที่สุดเหมือนตอนที่เราเพิ่งรับห้องมา และเมื่อเราพาลูกค้าเข้าไปดูห้องจะได้ไม่เสียโอกาสในการปล่อยเช่าหรือขาย เพราะถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยที่ซ่อมได้ เช่น รอยร้าวเล็กน้อยที่ผนังก็ทำให้ลูกค้าบางคนเปลี่ยนใจไปเลือกห้องอื่นแทนได้เช่นกัน


1. ตรวจเช็กกระดาษปิดหน้าต่างหรือติดผ้าม่านเพื่อกันแสงแดด

ความร้อนที่สะสมในห้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผนังห้องเกิดรอยร้าวได้หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรเป็น และทำให้เรามีภาระต้องซ่อมห้องในภายหลัง วิธีการป้องกันความร้อนเบื้องต้นคือ การปิดกระดาษที่กระจกเพื่อป้องกันแสงแดดที่จะส่งเข้าห้อง (ส่วนใหญ่โครงการจะปิดมาอยู่แล้ว) แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า กระดาษที่ปิดไว้อาจหลุด ดังนั้น ต้องตรวจเช็กว่ากระดาษได้ถูกปิดไว้ดีพอ หรือถ้าเรามีแผนจะปล่อยเช่าอยู่แล้วอาจรีบติดผ้าม่านไปเลยจะดีกว่า เพราะจะป้องกันความร้อนได้ดีกว่ากระดาษ 

2. ควรเข้าไปเปิดห้องเป็นครั้งคราว

หากห้องเราทิ้งว่างไว้นานๆ เป็นหลายเดือนหรือปี นอกจากการติดตั้งผ้าม่านแล้ว เราควรเข้าไปเปิดห้องบ้างเป็นครั้งคราว เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทและเป็นการระบายความร้อนที่ดี และอย่าลืมตรวจเช็กปิดหน้าต่างทุกบาน ประตูให้เรียบร้อยเสมอ หากเราไปซื้อห้อง ready to move ที่สร้างเสร็จไปนานแล้ว ปกติโครงการอาจมีการให้แม่บ้านหมุนเวียนขึ้นไปเปิดห้องเพื่อระบายความร้อยสะสม แต่ถ้าไม่ได้ทำก็อาจเจอปัญหาอย่างที่เราพูดถึงในข้อแรก ฉะนั้น เวลาไปซื้อห้องพร้อมอยู่ต้องตรวจเรื่องรอยร้าวต่างๆ ให้ดี

3. ปิดวาวล์น้ำไว้

เพื่อตัดปัญหาเรื่องน้ำรั่วโดยที่เราไม่รู้ ควรเช็กให้มั่นใจว่าทางนิติปิดวาวล์น้ำของห้องไว้ (ปกตินิติจะไม่ได้เปิดวาวล์น้ำให้จนกว่าจะมีการย้ายเข้าอยู่) หรือหากไม่ได้ปิดวาวล์น้ำของห้องไว้ เนื่องจากเราเข้าไปบ่อยและมีการใช้น้ำ เราอาจปิดวาวล์น้ำของบางอุปกรณ์ เช่น สายฉีดชำระ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่อาจเสียหายและน้ำรั่วได้ง่าย (กรณีที่โครงการไม่ได้ใช้สายทนแรงดันสูง)

4. ตัดคัทเอาท์ไฟ

ระหว่างการหาผู้เช่า เราอาจมีการพาผู้ที่สนใจเข้าไปดูห้องหลายๆ คน เราอาจตัดคัทเอาท์ไฟ เพื่อให้ไม่มีปัญหาใดๆ หากลืมเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ ไว้ 

5. ตรวจเช็กการรั่วซึมต่างๆ

หากเป็นช่วงฤดูฝน หรือมีวันที่ฝนตกหนักๆ เช่น ช่วงนี้เราควรถือโอกาสเข้าไปตรวจห้องโดยเฉพาะตามขอบหน้าต่าง ประตูระเบียง ว่ามีน้ำซึมหรือไม่ เพราะตอนที่เราตรวจรับห้องมาอาจไม่สามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้

6. เทน้ำเพื่อดับกลิ่นที่มาจากท่อ

โดยทั่วไปท่อน้ำทิ้งที่ติดตั้งตามคอนโด เช่น ในห้องน้ำ จะมีตะแกรงกันกลิ่น (เรียกอีกอย่างว่า “Bell Trap”) เป็นลักษณะคล้ายระฆังหงาย โดยจะมีส่วนที่ขังน้ำไว้ในตัว (ตามรูป) เพื่อกันกลิ่นย้อนขึ้นมา ควรตรวจให้มีน้ำขังไว้อยู่เสมอ

* ภาพประกอบจาก: SCG Experience



best view with google chrome.  @2019 CondoFile.